0

อะโวคาโด ซูเปอร์ฟู้ด คุณค่าโภชนาการสูง

2019-07-14 13:50:33

        อะโวคาโด ผลไม้ที่คุณค่าทางโภชนาการสูง ถูกขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” เพราะอะโวคาโด ประกอบด้วย ไขมันดีที่ให้พลังงานเป็นไขมันคุณภาพสูง แถมมีงานวิจัยมากมายที่ระบุว่า อะโวคาโด เป็นผลไม้มหัศจรรย์ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย


1. อะโวคาโดคุณค่าทางโภชนาการสูง

        ทุกวันนี้อะโวคาโดได้กลายเป็นอาหารยอดนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ ในกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพ และอะโวคาโดถูกเรียกว่า Super Food เพราะอุดมด้วยประโยชน์สุขภาพมหาศาล อย่างไม่น่าเชื่อ

        อะโวคาโดมีหลากหลายชนิด มีรูปร่างและสีแตกต่างกันไป ตั้งแต่คล้ายลูกแพร์ ไปจนถึงกลมและมีสีเขียว สีดำ

        อะโวคาโด 1 ลูก มีน้ำหนักประมาณ 220 กรัม ถึง 1.4 กิโลกรัม เลยทีเดียว

        อะโวคาโดมีคุณค่าทางโภชนาการ และมีสารอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากกว่า 20 ชนิด

อะโวคาโด 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

  • วิตามินเค 26 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • โฟเลต 20 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • วิตามินซี 17 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • โพแทสเซียม 14 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • วิตามินบี 5 14 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • วิตามินบี 6 13 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • วิตามินอี 10 เปอร์เซนต์ (ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

        นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง เหล็ก สังกะสี ฟอสฟอรัส และวิตามินเอ, วิตามินบี 1(thiamine), วิตามินบี 2 (riboflavin) และวิตามินบี 3 (niacin)

อะโวคาโด 100 กรัม ให้พลังงาน 160 แคลอรี่

  • โปรตีน 2 กรัม
  • ไขมันดี 15 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม
  • เส้นใยอาหาร(ไฟเบอร์) 7 กรัม

        ดังนั้น อะโวคาโดไม่มีคอเลสเตอรอลหรือโซเดียม และมีไขมันอิ่มตัวต่ำ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ


2. อะโวคาโดมีปริมาณโพแทสเซียมมากกว่ากล้วย

        โพแทสเซียมเป็นสารอาหารที่คนส่วนใหญ่มักไม่ได้รับในปริมาณที่เพียงพอ หน้าที่ของแร่ธาตุโพแทสเซียม สารอาหารนี้ช่วยรักษาระดับของสารอิเลกโทรไลต์ในเซลล์ของร่างกาย เพื่อทำหน้าที่ต่างๆในร่างกาย

        อะโวคาโดมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูงมาก อะโวคาโดขนาด 100 กรัม มีปริมาณโพแทสเซียม 14 เปอร์เซนต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDA) เมื่อเทียบกับกล้วยมีปริมาณเพียงแค่ 10 เปอร์เซนต์ ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน(RDA) เท่านั้น

        ข้อมูลงานวิจัยหลายชิ้น ระบุว่า หากร่างกายได้รับแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง สามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตสูงได้ ซึ่งสามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการเกิดโรคหัวใจจังหวะและภาวะไตวายได้



3. อะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันดี

        อะโวคาโดเป็นอาหารที่มีไขมันสูงที่ประกอบด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ในความเป็นจริงแล้ว 77 เปอร์เซนต์ ของแคลอรี่ในอะโวคาโด นั้นมาจากไขมันทำให้มันแต่เป็นไขมันชนิดดีเป็นหลัก

        ซึ่งไขมันส่วนใหญ่ในอะโวคาโดเป็นกรดโอลิอิก กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของน้ำมันมะกอก ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

        กรดไขมันโอเลอิค มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการเกิดโรคมะเร็ง กรดไขมันในอะโวคาโดยังทนต่อการออกซิเดชั่นที่เกิดจากความร้อนอีกด้วย (ลดการเกิดมะเร็ง)  ทำให้น้ำมันอะโวคาโดเหมาะในการปรุงเป็นอาหาร แต่ไม่เหมาะในการนำไปทอด ด้วยอุณหภูมิสูงๆนะ


4. อะโวคาโดมีใยอาหารสูง

        ใยอาหารเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอะโวคาโดในปริมาณที่สูง เป็นชนิดใยอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้ ทำให้มีประโยชน์ และเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด และป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆได้ด้วย

        สำหรับเส้นใยที่ละลายน้ำ มักถูกกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สำหรับอะโวคาโด 100 กรัม มีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ประมาณ 25 เปอร์เซนต์ และเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำอีก 75 เปอร์เซนต์


5. กินอะโวคาโด สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ได้

        ปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์สูง เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบ โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่นๆอีกมากมาย

  • ลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
  • ลดระดับไตรพลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ถึง 20 เปอร์เซนต์
  • ลดคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันเลว) ลงได้ถึง 22 เปอร์เซนต์
  • เพิ่มระดับ HDL (ไขมันดี) ได้ถึง 11 เปอร์เซนต์


6. อะโวคาโดเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสายตา

        อะโวคาโดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารแอนติออกซิแดนท์จากอาหารอื่นๆ แต่อะโวคาโดยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงอีกด้วย

        รวมไปถึงมีปริมาณสารแคโรตินอยด์(carotenoids) ลูทีน(lutein) และซีแซนทิน (zeaxanthin) ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพของดวงตา

        ดังนั้น การกินอะโวคาโด ในระยะยาวจะดีต่อสุขภาพดวงตา


7. กินอะโวคาโด ช่วยลดน้ำหนัก

        เนื่องจากอะโวคาโดมีเส้นใยสูง และมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก กินแล้วทำให้เรารู้สึกอิ่ม อยู่ท้อง สามารถเป็นอาหารช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะจะทำให้อิ่มท้องนานขึ้น กินแคลอรี่น้อยลง


ลักษณะของอะโวคาโด

1. สีม่วงน้ำตาล-อ่อนนุ่ม สุกกินได้

        ลักษณะของอะโวคาโดพร้อมกิน เหมาะสำหรับการปรุง หรือประกอบอาหารได้ทุกรูปแบบเก็บในตู้เย็นได้

2. สีน้ำตาลเขียว-แข็งนุ่มเล็กน้อย สุกกินได้

        เป็นลักษณะของอะโวคาโดพร้อมกินเช่นกัน แต่เหมาะสำหรับการหั่น ที่ต้องการรูปทรงของผลอะโวคาโด เพราะมีความแข็งเล็กน้อย ไม่เละจนเกินไป สามารถเก็บในตูเย็นได้เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นาน หรือวางไว้ในชามผลไม้ข้างนอก จนเป็นสีม่วงสีน้ำตาลได้เช่นกัน

3. สีมะกอกเขียว-ไม่สุก

        อะโวคาโดแบบนี้ สามารถเก็บไว้ในชามผลไม้ได้ จนกว่าผิวของอะโวคาโดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลสีเขียว

4. สีเขียวสว่าง-ไม่สุก

        อะโวคาโดแบบนี้ยังกินไม่ได้ แนะนำให้เก็บไว้ในชามผลไม้จนผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลสีเขียวก็ได้เช่นกัน


วิธีเก็บอะโวคาโด

        เราสามารถเก็บผลอะโวคาโดในตู้เย็นได้เลย ไม่ต้องตัดแต่งหรือหั่นเนื้อออกมาเป็นชิ้น แต่ที่สำคัญคือสามารถเก็บได้ประมาณ 2-3 วัน เท่านั้น


ข้อมูลจากนิตยสารชีวจิต




CONTACT US

บริษัท ล้อพูนผลไรซ์มิลล์ จำกัด

98 หมู่ 9 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี

จ.นครสวรรค์ 60220

โทร. 056-373-011 ถึง 4

โทร. 093-972-2436

โทร. 082-444-4476


INFORMATION

วิธีการสั่งซื้อสินค้า

การชำระเงิน

วิธีการจัดส่ง

เงื่อนไข และข้อตกลง

MY ACCOUNT

บัญชีของฉัน

สมุดที่อยู่คำสั่งซื้อของฉัน

แจ้งชำระเงิน

Copyright ® 2019 lppricemill.com