
2019-08-02 16:59:03
จากสถิติขององค์การอัมพาตโลก รายงานสถานการณ์ของโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลกไว้ว่า ในแต่ละปีจะมีคนเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมองประมาณ 6 ล้านคนทั่วโลก นั่นหมายความว่า ทุกๆ 6 วินาที ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมองอย่างน้อย 1คน ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกินอาหารที่ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองตีบ แตก ก่อนวัยกันเลยค่ะ

คนเรากินอาหารทุกวัน หากกินตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่แฝงอยู่ก็เหมือนกับเติมสารพิษเข้าสู่ร่างกายอย่างสม่ำเสมอซึ่งสอดคล้องกับคำอธิบายของคุณหมอสุรพลที่กล่าวถึงเรื่องการกินกับโรคหลอดเลือดในสมองไว้ ดังนี้
การกินเป็นกิจวัตรที่ใกล้ตัวและปฏิบัติได้ง่ายที่สุด จึงทำให้ถูกละเลยได้ง่ายที่สุดด้วย หากไม่รู้จักเลือกกินให้เหมาะสม อาหารก็สามารถกลายเป็นสาเหตุของการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองได้ เพราะเมื่ออาหารถูกย่อยกลายเป็นสารอาหาร จะถูกส่งผ่านเลือดและหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ดังนั้น หากสารอาหารนั้นเป็นพิษ ก็จะส่งผลกระทบ ต่อเลือดและหลอดเลือดโดยตรง
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก
เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของเกลือและผงชูรสสูงมาก เมื่อกินเข้าไปมากๆจะทำให้เกลือแร่ไปคั่งอยู่ในน้ำเลือด เรียกว่า ภาวะเลือดข้น ซึ่งส่งผลให้เลือดมีน้ำหนักมากขึ้น ร่างกายจึงต้องเพิ่มความดันในการสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ กลายเป็นสาเหตุของความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเส้นเลือดเปราะและภาวะความดันโลหิตสูงได้ง่าย ทั้งยังสามารถเป็นบ่อเกิดของโรคปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้อีกด้วย

ธาตุเหล็ก ฮีโร่พิชิตหลอดเลือดตีบ
นอกจากนี้ จากงานวิจัยของคณะวิจัยจากสถาบันคาโรลินสกา (Karolinska Institute) พบว่า “แมกนีเซียม สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบได้ร้อยละ 9 ต่อการเสริมแมกนีเซียมวันละ 100 มิลลิกรัม
ไม่เพียงเท่านั้น ผลการศึกษาของทีมวิจัยวอริก ประเทศอังกฤษ และเนเปิ้ลส์ ประเทศอิตาลี ยังพบว่า การกินกล้วยหอมซึ่งอุดมไปด้วย “โพแทสเซียม” วันละ 3 ผล จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นหลอดเลือดสมองอุดตันได้ 21 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม การทดลองพบว่า แมกนีเซียมและโพแทสเซียมสามารถป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองตีบได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้
ผลการศึกษาทั้งสองยังสอดคล้องกับกลุ่มอาหารเสริมความแกร่งให้หลอดเลือดที่คุณหมอสุรพลแนะนำ ซึ่งล้วนแต่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้งที่ไม่ผ่านการทอดผักใบเขียว อาหารทะเล โดยแนะนำให้เป็นปลาซึ่งมีคอเลสเตอรอลต่ำ และควรปรุงด้วยวิธีการต้มหรือนึ่ง ในขณะที่ควรหลีกเลี่ยงการทอด เพราะจะทำให้น้ำมันจากการทอดซึมเข้าไปแทนที่น้ำมันของปลาซึ่งเป็นไขมันย่อยง่ายชั้นดีจนหมด